光、再考 (แสงสว่าง, คิดทบทวน)
amazarashi
作詞 คำร้อง:Akita Hiromu
作曲 ทำนอง:Akita Hiromu
もし生まれ変わったらなんて言いたくない
どうしようもない
僕の人生も長い付き合いの内
愛しくなってくるもんで
ぶつかって 転がって
汗握って 必死こいて
手にしたものは この愛着だけかもな
まぁいいか
そんな光
ไม่อยากพูดคำว่า "ถ้าได้เกิดใหม่อีกครั้ง" เลย
จะให้ทำอย่างไรได้
ระหว่างที่เราคบหากันมานานปี
ชีวิตผมก็เริ่มมีค่าขึ้นมาแล้ว
หลังจากพุ่งชนจนกลิ้งไถล
สู้ยิบตาทั้งฝ่ามือชุ่มเหงื่อ
สิ่งที่ได้กลับมา อาจมีเพียงความผูกพัน
แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก
มันเป็นแสงสว่างแบบนั้นละ

バケモノ (สัตว์ประหลาด)
作詞:Akita Hiromu
作曲:Akita Hiromu
彼は化け物 嘘を食らう獣
月曜の朝に捨て犬のように公園で出会う
濡れたアサガオ 真夏の太陽の
真下で倒れ 息も絶え絶え 怯えた目玉で
มันเป็นสัตว์ประหลาด
เป็นเจ้าตัวขนที่กินคำโกหกเป็นอาหาร
ผมเจอมันในสภาพเหมือนสุนัขถูกทิ้ง
ที่สวนสาธารณะตอนเช้าวันจันทร์
ดอกบานเช้าเปียกปอน
ใต้แสงอาทิตย์กลางฤดูร้อน
มันนอนหายใจรวยรินด้วยสายตาที่หวาดกลัว
未来になれなかったあの夜に
(แด่ค่ำคืนนั้นที่ไม่ได้กลายมาเป็นอนาคต)
作詞 คำร้อง、作曲 ทำนอง: Akita Hiromu
「色々あったな」の 色々の一つ一つを
つまびらかにしたくて ペンを取ったわけですが
もう君の好きにしてよ 僕も大概好きにしてきた
僕の事は忘れて 他に行きたい場所があるんなら
“เกิดอะไรขึ้นมากมายเลยนะ”
ผมหยิบปากกาขึ้นมาเขียน
เพราะอยากขยายความ “เรื่องมากมาย” นั้นให้ละเอียด
แต่เธอเลือกทางที่สบายใจเถอะ
ผมเองก็ทำตามใจตัวเองมาตลอดอยู่แล้ว
ลืมเรื่องของผมไปซะ หากเธอมีที่อื่นที่อยากไปละก็
เวอร์ชั่นต้นฉบับ
เวอร์ชั่น Unplugged (ส่วนตัวชอบเวอร์นี้มากค่ะ)
夏を待っていました (เฝ้าคอยฤดูร้อน)
amazarashi
Lyricist: Akita Hiromu
Composer: Akita Hiromu
君はまだ覚えてるかな
幼い頃の暑い六月
廃線になった線路を
僕等はどこまでも歩いた
乗り気で水筒なんかをぶら下げてきた雅敏は
おじちゃんに買ってもらったマウンテンバイクを自慢した
「けどな 俺はおじちゃんが嫌いなんだ
母ちゃんをいつも泣かせてばかりいるから」
僕は何だか気まずくなって 目をそらしたんだ
雅敏の顔に大きな青痣があったから
เธอยังจำได้อยู่ไหมนะ
เดือนมิถุนายนอันร้อนระอุเมื่อครั้งเยาว์วัย
เราก้าวไปเรื่อย ๆ บนรางรถไฟสายเก่า
ที่ถูกยกเลิกการใช้งานไปแล้ว
มาซาโตชิจริงจังถึงขนาดห้อยกระติกน้ำไปด้วย
เขาอวดจักรยานเสือภูเขาที่ลุงซื้อมาให้
“แต่ว่านะ ฉันละเกลียดลุงที่สุดเลย
เพราะชอบทำให้แม่ร้องไห้อยู่เรื่อย”
ผมกระอักกระอ่วนใจขึ้นมาจึงเบนสายตาไปทางอื่น
เพราะมาซาโตชิมีรอยฟกช้ำเป็นจ้ำอยู่บนหน้า
カシオピア係留所 (ท่าเรือแคสซิโอเปีย)
作詞 คำร้อง :Akita Hiromu
作曲 ทำนอง :Akita Hiromu
เพลงพิเศษประกอบมังงะ : สุริยะปราชญ์ -ทฤษฎีสีเลือด-
生後間もない詩を引き連れ
桑の枝に旋律を括り付け
制服の丈に似合わない 言葉らを鞄に忍ばせて
カシオピア係留所の灯りの下
พกบทกวีที่เพิ่งแต่งขึ้นได้ไม่นานไปด้วยกัน
ผูกมัดท่วงทำนองเอาไว้บนกิ่งต้นหม่อน
เก็บซ่อนถ้อยคำที่ไม่สมกับชุดเครื่องแบบลงกระเป๋า
ณ ใต้แสงไฟแห่งท่าเรือแคสซิโอเปีย